เหตุผล 5 ข้อที่ฤดูกาลนี้ปีศาจแดงแรงฤทธิ์กว่าลิเวอร์พูล

รอยคีนอดีตตำนานของแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด

รอยคีนอดีตตำนานของแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด

รอยคีนอดีตตำนานของแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด เคยบอกกับลิเวอร์พูลหลายครั้งในฤดูกาลนี้ว่าลิเวอร์พูลเป็นแชมป์ที่ไม่ดีโดยเฉพาะในลีกที่ Ruds the Great เป็นอีกทีมที่มีแชมป์ในฤดูกาลนี้ ทีมเก่าของเขาทำผลงานได้ดีและมีช่วงเย็นที่ยอดเยี่ยมโดยอยู่ในอันดับที่สองในพรีเมียร์ลีก แม้จะไม่พอใจกับคำพูดของ Keno

แต่ฉันก็ยอมรับโดยสุจริตไม่มีการโต้แย้งมากนักเนื่องจากหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับข้อกล่าวหานั้นเพียงพอไม่ว่าจะอยู่ในอันดับที่ 13 ห่างจากปีศาจแดงในตารางการให้คะแนนหรือไม่ดังนั้นจึงกำจัดเกมฟุตบอลทุกนัด แม้ว่าปีศาจแดงจะทำผลงานได้ดีในยูโรป้าลีก

แล้วอะไรคือเหตุผลสำคัญที่ทำให้ในฤดูกาลนี้พลพรรคปีศาจแดงแรงฤทธิ์กว่าหงส์แดงในทุกรายการ คำตอบอาจซุกอยู่ที่บรรทัดด้านล่างนี้ก็เป็นได้

1) อาการบาดเจ็บ

นี่เป็นหนึ่งในสาเหตุหลักที่ทำให้ลิเวอร์พูลทำผลงานได้ไม่ดีในฤดูกาลนี้ ผ่านการบันทึกข้อมูลทางสถิติจากเว็บไซต์ Sky Sports ตั้งแต่เริ่มฤดูกาลใหม่ กองทัพแดงบาดเจ็บ 20 คน

รายชื่อผู้เล่นบาดเจ็บและขาดลงสนามเป็นผู้เล่นคนสำคัญของทีมเกือบทั้งหมดเนื่องจากธิอาโก้อัลคันทาร่า (9 วัน), โจเอลมาติป (โจเอลมาติป) 4 ครั้ง (18 วัน, 7 วัน, 24 วันและ 22 วัน)), Sadio Mane (10 วัน), Sherdan Shaqiri (10 วัน), Alisson Becker 2 ครั้ง (22 วัน 5 วัน), France Binho 3 ครั้ง (25 วัน 11 วันและ 24 วัน), Mo Salah (12 วัน), นาบีเกอิต้า (Keita) 2 ครั้ง (14 วัน 50 วัน), เทรนต์อเล็กซานเดอร์ – อาร์โนลด์ (29 วัน), อเล็กซ์อ็อกซ์เลดแชมเบอร์เลน (122 วัน), เจมส์มิลเนอร์ 2 ครั้ง (29 วัน 15 วัน), ดิโอโกโชตะ (78 วัน) ผู้บาดเจ็บระยะยาวอย่างเวอร์จิลฟานไดจ์คและโจโกเมซโดยทั่วไปแล้วหงส์แดงในฤดูกาลนี้แทบจะไม่ได้เล่นเต็มเวลา

ขณะที่ในฤดูกาลนี้ฝั่งปีศาจแดงค่อนข้างฟูลทีม พวกเขาประสบปัญหานักเตะบาดเจ็บน้อยกว่าเยอะ โดยในบรรดาคีย์แมนของทีมมีเพียง ได้แก่ ดาบิด เด เคอา (พลาดลงสนาม 4 นัด), วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ (4 นัด, เอริค ไบญี่ (12 นัด), อเล็กซ์ เตลเลส (4 นัด), ลุค ชอว์ (3 นัด), ปอล ป็อกบา (8 นัด), ดอนนี่ ฟาน เดอ เบค (4 นัด), สกอตต์ แมคโทมิเนย์ (2 นัด), อองโตนี่ มาร์กซิยาล (8 นัด)​ และ เมสัน กรีนวูด (2 นัด)​ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเพียงอาการบาดเจ็บเล็กๆ น้อยๆ ทำให้ทีมไม่ประสบปัญหามากเท่ากับ ลิเวอร์พูล

ซึ่งปัญหาของนักเตะบาดเจ็บถือเป็นเรื่องใหญ่ที่ทำให้ ลิเวอร์พูล​ เป๋หนักในช่วงกลางฤดูกาล เจอร์เก้น คล็อปป์ ต้องหมุนผู้เล่นไปไว้ในตำแหน่งไม่ถนัดแทบจะทุกเกม บางครั้งต้องส่งแนวรับดาวรุ่งลงสนามด้วยซ้ำ ยิ่งทำให้ทีมขาดความต่อเนื่อง ผิดกับทางฝั่งปีศาจแดงซึ่งหมุนผู้เล่นน้อยกว่าและสามารถใช้งานนักเตะในตำแหน่งถนัดได้ต่อเนื่ิองกว่า จนทำให้มีช่วงเวลาที่โกยแต้มติดๆ กันและค้นพบสมดุลของทีมได้ดีกว่า

สถานการณ์​ ณ ปัจจุบัน ก่อนเกมแดงเดือดที่จะเตะกันในคืนนี้ ลิเวอร์พูล​ ยังคงมีลิสต์นักเตะเจ็บอยู่ถึง 9 คน ส่วนปีศาจแดงนั้นค่อนข้างฟูลทีมมีเจ็บเพียง 2 คนเท่านั้น

2) ปีศาจแดงชนะติดต่อกันในลีกมากกว่าและไม่เคยแพ้ในลีกติดต่อกัน

หากจำแนกแยกย่อยให้ลึกลงไปอีกจะพบว่า ลิเวอร์พูล ชนะติดต่อกันในลีกมากสุดคือ 3 นัด โดยแบ่งเป็น 2 ช่วงคือชนะ ลีดส์, เชลซี และ อาร์เซน่อล​ ช่วงต้นฤดูกาล อีกครั้งคือช่วงปลายเดือนมีนาคมที่ชนะ วูลฟ์ฯ, อาร์เซน่อล และ แอสตัน วิลล่า ขณะที่ปีศาจแดงนั้นชนะคู่แข่งติดต่อกันมากกว่า 3 นัดขึ้นไปถึง 3 ช่วงเวลา โดยแบ่งเป็นชนะติดต่อกัน 3 นัด, 4 นัด และเคยพีคติดเครื่องชนะคู่แข่ง 5 นัดติดต่อกันมาแล้ว

ยิ่งมองไปที่เรื่องโมเมนตัม เราจะพบว่าปีศาจแดงสปริงตัวจากความพ่ายแพ้ได้ดีกว่าลิเวอร์พูล เพราะจาก 33 นัดที่ผ่านมาพวกเขาไม่เคยแพ้ในลีกติดต่อกันเลย กลับกันที่ฝั่ง ลิเวอร์พูล เคยหลุดโค้งแพ้ในลีกติดต่อกันถึง 4 นัดติด ก่อนจะกลับมาชนะ เชฟฟิลด์ฯ ได้หนึ่งนัด แล้วก็แพ้ 2 นัดติดต่อ เชลซี และ ฟูแล่ม ช่วงต้นเดือนมีนาคม

3) ความหลากหลายในแนวรุก

เรื่องหนึ่งที่นอกเหนือไปจากตัวเลขต่างๆ แล้ว มิติในเกมรุกคือสิ่งที่ทำให้ทัพปีศาจแดงโกยแต้มได้มากกว่าในลีก

แมนฯ ยูไนเต็ด มีนักเตะทำประตูในลีกได้ 14 คน โดยมีถึง 10 คนที่ยิงได้มากกว่า 2 ประตูขึ้นไป ขณะที่ ลิเวอร์พูล แม้จะยิงกันได้ 12 คนก็จริง ทว่ามีเพียง 6 คนเท่านั้นที่ยิงได้มากกว่า 2 ประตูขึ้นไป แถมสัดส่วนในการทำประตูของทีมยังหนักไปที่ โม ซาล่าห์ คนเดียวถึง 36% ของจำนวนประตูที่ทีมยิงได้ รองลงมาคือ โชต้า กับ มาเน่ ที่ยิงไปคนละ 8 ประตู ซึ่งนั่นแสดงให้เห็นว่าหงส์แดงฝากความหวังการทำประตูไว้กับนักเตะที่ไว้ใจได้เพียงแค่ไม่กี่คนเท่านั้นเอง

ส่วนฝั่งปีศาจแดงค่อนข้างสมดุลมากกว่า พวกเขามี บรูโน่ เป็นดาวซัลโวที่จำนวน 16 ประตู ตามมาด้วย แรชฟอร์ด ที่ 10 และ คาวานี่ 8 ประตู โดยบรรดาตัวรุกทั้ง 6 คนของทีมนั้นสามารถสลับกันลงมาสร้างความแตกต่างให้ทีมได้ในระดับที่ไม่หนีกันมาก

นอกเหนือไปจาก 3 คนข้างต้น ปีศาจแดงมี กรีนวูด ซึ่งยิงได้ 5, มาร์กซิยาล 4, แดเนี่ยล เจมส์ 3 แถมกองกลางของทีมยังสอดขึ้นมาช่วยทำประตูได้แทบจะทุกคนอีกด้วย อย่าง ป็อกบา ก็ยิงไป 3, แม็คโทมิเนย์ ยิงไปแล้ว 4 ส่วน ฟาน เดอ เบค ที่ไม่ค่อยได้ลงยังยิงไปแล้ว 1 ซึ่งความหลากหลายในการเข้าทำตรงจุดนี้คือสิ่งที่ ลิเวอร์พูล ทำหล่นไปอย่างน่าเสียดาย

แนวรุกของหงส์แดงค่อนข้างมีสไตล์การเล่นที่คล้ายคลึงกันจนเกินไป และในช่วงหลังยังเริ่มถูกจับทางได้มากขึ้น อีกทั้งยังขาดกองหน้าตัวเป้าคมๆ แบบ  คาวานี่ ที่มักจะโผล่มาเป็นอีกตัวเลือกยามคับขันได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

4) การได้-เสียในช่วงเวลาสำคัญ

สถิติจาก Opta บันทึกเอาไว้ชัดเจนว่า ลิเวอร์พูล ในฤดูกาลนี้เสียประตูในช่วง 15 นาทีสุดท้ายของเกมมากกว่า แมนฯ ยูไนเต็ด ถึงเท่าตัว ซึ่งนั่นคืออีก 1 เหตุผลสำคัญที่ทำให้แต้มหลุดมือไปเป็นว่าเล่นจนอันดับในตารางห่างกันมากขนาดนี้

ลิเวอร์พูล เสียประตูใน 15 นาทีสุดท้ายมากถึง 13 ลูก ในขณะที่ แมนฯ ยูไนเต็ด เสียเพียงแค่ 6 ลูก อีกทั้งในเรื่องของผลงานครึ่งหลังก็เป็นอีก 1 ตัวแปรสำคัญ โดยหงส์แดงเสียประตูในครึ่งหลังไปมากถึง 21 ยิงได้ 33 ขณะที่ปีศาจแดงนั้นเสียประตูครึ่งหลัง 15 แต่ยิงได้มากถึง 41 ประตูเลยทีเดียว ซึ่งคิดเป็น 64% ของจำนวนประตูที่ยิงได้ในลีกฤดูกาลนี้เลยทีเดียว

5) ความมั่นใจและแรงกระตุ้น

สุดท้ายผมว่าไม่มีอะไรที่สำคัญไปกว่า “เรื่องหัวจิตหัวใจ” อีกแล้วล่ะครับ

ในฤดูกาลนี้ทัพหงส์แดงสูญเสียความมั่นใจในการลงสนามจากหลากหลายเหตุการณ์ ไม่ว่าจะเป็นอาการบาดเจ็บ, วีเออาร์ซึ่งริบประตูสำคัญๆ, เสียงเชียร์ในบ้าน, ความผิดพลาดเล็กๆ น้อยๆ แต่ส่งผลต่อเกม และความยากลำบากในการทำประตูที่ไม่ไหลลื่นเหมือนก่อน

จากตัวเลขที่สาธยายไปให้เห็นข้างต้น มันเหมือนโดมิโน่ที่กระทบมาเป็นทอดๆ พอตัวหลักทยอยเจ็บเยอะ ลึกๆ ในใจนักเตะที่เหลือย่อมมีความหวาดหวั่น, พอถูกวีเออาร์รอบประตูแบบไม่ค่อยเมคเซนส์บ่อยๆ ความมั่นใจในการเล่นเกมรุกก็ถดถอยลงไป ลองนึกภาพตามนะครับ ธรรมชาติที่เคยฝึกซ้อมแบบนี้ วิ่งไลน์นี้ ส่งช่องนี้ แต่พอถูกตัดสินด้วยเส้นที่มีความละเอียดระดับนับขนจักแร้บ่อยๆ มันทำให้การเล่นในจังหวะต่อมาเริ่มเกร็งและพะวงมากขึ้น

ในเมื่อเกมรุกยิงไม่ได้ เกมรับก็มาพังอีก แล้วเป็นแบบนี้บ่อยๆ ความมั่นใจในการเล่นจึงค่อยๆ หดตามจนผิดธรรมชาติอย่างที่เราได้เห็นกันจนชินตาในฤดูกาลนี้

ขณะที่ปีศาจแดง ผมต้องยอมรับด้วยความสัตย์จริงเลยนะครับว่าฤดูกาลนี้พวกเขาลงตัวในขุมกำลังมากขึ้นเยอะจริงๆ แม้แฟนผีจะบ่น โอเล่ โซลชาร์ กัน แต่ความจริงที่ปฏิเสธไม่ได้ก็คือเขาพาทีมกลับมาอยู่ในจุดที่ควรเป็นทั้งผลการแข่งขันและวิธีการเล่น แทงบอลออนไลน์

Be the first to comment on "เหตุผล 5 ข้อที่ฤดูกาลนี้ปีศาจแดงแรงฤทธิ์กว่าลิเวอร์พูล"

Leave a comment

Your email address will not be published.


*